วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2557

การแปรรูปผลไม้ในรูปแบบต่างๆ

...

Gallery

...

การทําแยมสตอเบอรี่



แยมสตรอเบอรื่...สูตรไม่ใส่เพคติน (Strawberry Jam without Pectin)

ช่วงนี้เห็นสตรอเบอรี่ถูกๆขายบ่อย แค่พาวด์ละเหรียญเอง เลยคิดที่จะทำแยมเองมานานละแต่ติดที่ไม่แน่ใจว่าไม่ใช้เพคตินแล้วจะเวิร์คมั้ย จนในที่สุดก็ได้ลงมือทำซะทีเพราะซื้อสตรอเบอรี่มาแล้วทานยังไม่หมดเหลืออีกแพคในตู้เย็น แถมหน้าตามันเริ่มดูไม่ค่อยจะน่ากินแบบสดๆเท่าไหร่ละเพราะเก็บมาสี่ห้าวันละ จะเก็บแช่ช่องแข็งไว้ปั่นกินก็เบื่อละ อย่ากระนั้นเลยเอามาลองหัดทำแยมดีฝ่า

ทำเสร็จพอได้ชิม โอ้ว....อร่อยมาก ขนาดทำครั้งแรกนะเนี่ย แบบไม่เคยคิดเลยว่าจะทำแยมสตรอเบอรี่เองได้ ง่ายมากๆด้วย ทำจากส่วนผสมแค่ 3 อย่างเอง แถมไม่ต้องใส่สารเพคตินด้วย (อิอิ จริงๆคือแอบงกนิดหน่อย เพราะราคาเพคตินก็ไม่ได้ถูกมากและไม่รู้จะซื้อมาเก็บไว้ทำไมเพราะคิดว่าคงไม่ได้ใช้ทำอะไรนอกจากทำแยม และถ้าทำไม่สำเร็จอีกเนี่ย คงเสียของเพราะจะทำครั้งเดียวแล้วคงไม่ทำอีกเลย)  เนื่องจากทำแล้วถูกใจมาก เลยต้องเขียนสูตรเก็บไว้ซะหน่อย \^o^/

ส่วนรสชาติของแยมสตรอเบอรี่ที่ทำเองเนี่ย มันจะหวานและเปรี้ยวพอดีๆที่ตัวเองชอบค่ะ เพราะใส่น้ำตาลน้อยกว่าที่สูตรของฝรั่งที่หาได้จากกูเกิ้ลมากพอสมควร และเวลาทานจะรู้สึกได้ถึงความสดของแยม  แต่การใส่น้ำตาลน้อยเนี่ยจากที่อ่านๆมาอาจมีผลเสียคือ เก็บไม่ได้นานเท่าแบบใส่น้ำตาลมากค่ะ  ซึ่งตอนที่ทำเนี่ย ก็กังวลอยู่ว่าจะเก็บได้นานเท่าไรเพราะตอนบรรจุก็ไม่ได้ทำการพาสเจอร์ไรส์ขวดอะไรทั้งสิ้นเลยค่ะ  แต่เอาเข้าจริงสรุปกินหมดภายในสามวันกว่าๆ ช่วยกันสองคนหมดเกลี้ยงไม่เหลือซากเลย ฮาฮาฮ่า เลยไม่สามารถบอกได้ว่าเก็บไว้ได้นานเท่าไรก่อนจะเสีย เวลากินกันนี่ก็ปาดกันเต็มที่เพราะมันรสชาติไม่หวานม๊ากมากจนเลี่ยนเหมือนแยมขวดที่ซื้อมาค่ะ
อ้อ.....เข้าใจละสงสัยที่เค้าว่าเก็บได้ไม่นาน เพราะกินกันหมดก่อนนี่เองมั้ง :D

พล่ามมามากละ มาดูส่วนผสมและวิธีทำคร่าวๆกันเลยค่ะ ส่วนใครจะเพิ่มลดปริมาณความหวาน ความเปรี้ยวยังงัย ทำได้ตามความชอบเลยนะคะ สูตรไม่ตายตัวค่ะ

ส่วนผสม (Ingredients):
1.             สตรอเบอรี่ 1 package (1 ปอนด์/package)
2.             น้ำตาลทราย 1/2 - 3/4 ถ้วย (จากสูตรที่หาจากกูเกิ้ล เค้าจะใส่ประมาณ 2 ถ้วยค่ะ) -ที่ไม่ได้ใส่น้ำตาลน้อยกว่านี้เพราะว่า กลัวว่ามันจะออกมาเหลวไม่จับตัวเป็นเนื้อแบบแยมค่ะ และก็จะคล้ายทำสตรอเบอรี่ไซรัปที่ไว้ทานกับแพนเค้กแทน  แต่ถ้าใครจะลองใส่น้อยกว่านี้ก็ลองดูได้เลยค่ะ
3.             เลมอน 1 ลูก (ใครหาไม่ได้ก็ใช้มะนาว แทนได้ค่ะ)


วิธีทำ:
- บดสตรอเบอรี่ในเครื่องปั่น หรือ ถ้าต้องการให้มีเนื้อเป็นชิ้นๆอยู่ด้วย ก็ให้แบ่งส่วนหนึ่งมาปั่น อีกส่วนหั่นเป็นชิ้น
- ใส่ส่วนผสมทุกอย่างรวมกันในกระทะเทปลอนขึ้นตั้งไฟกลางค่อนข้างแรง คอยกวนอย่าให้ไหม้ค่ะ 
ที่สำคัญคืออย่าใช้ไฟอ่อนมากนะคะ เพราะอ่านเจอมาเพคตินในผลไม้ที่ทำให้ข้นเหนียวแบบแยมจะเกิดขึ้นเองต่อเมื่อใช้ไฟค่อนข้างแรงค่ะ

ตามสูตรที่ได้มาเค้าให้ปั่นเลยแต่แรก แต่ด้วยความขยันจัดไม่อยากใช้เครื่องปั่นเลยหั่นเป็นชิ้นเอา กะว่าจะบี้ในกระทะเอาทีหลัง ปรากฏเอาขึ้นเตาทำได้สักพัก ส่วนผสมยังเป็นน้ำยังไม่ยอมข้น เนื้อยังเป็นชิ้นๆ ณ จุดนั้น กลัวว่ามันจะไม่เป็นแยมเลยจัดการตักเนื้อบางส่วนเอาไปปั่น (ในที่สุดก็ต้องใช้เครื่องปั่น หุหุ) แล้วเทกลับลงในกระทะใหม่ก็ได้อย่างในภาพค่ะ เริ่มมีความหวังละ อิอิ



- คนส่วนผสมจนได้ความเข้มข้นที่ต้องการ น่าจะประมาณ 20-30 นาทีค่ะ เสร็จแล้วยกลงจากเตาเตรียมหม่ำได้เลย
ปล.: ตอนหลังๆถ้าเริ่มข้นมากหน่อยแล้ว แบบเนื้อดูว่าเพคตินธรรมชาติของสตรอเบอรี่ออกมาแล้ว จะลดความร้อนลงก็ได้นะคะ จะได้ไม่ไหม้ง่าย กวนจนได้ความหนืดแบบที่ต้องการก็เสร็จแล้วจ้า ที่ทำก็คนประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงค่ะ  เพราะทำครั้งแรกไม่กล้าเปิดไฟกลางแรงตั้งแต่แรก (ปล. ครั้งที่สองทำดูใหม่ ใช้เวลาแค่ 20 นาทีค่ะ) ทำง่ายแต่เสียเวลานิ้ดส์นึง แต่คุ้มกับความอร่อยและแน่ใจได้ว่าปลอดภัยเพราะไม่มีสารกันเสียหรือสารเคมีอื่นๆเจือปนเหมือนที่ซื้อเค้าทาน





 ตักขึ้นมาใส่ถ้วยแก้ว pyrex มีฝาปิดเตรียมเก็บ






ลองปาดแยมบนขนมปัง เห็นส่วนที่เป็นเนื้อสตรอเบอรี่เป็นชิ้นๆอยู่ด้วย ลองชิมดู ว้าว...ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทำแยมเองได้ ลองทำกันดูนะคะเพื่อนๆ 



การถนอมอาหาร








ความสำคัญของการถนอมอาหาร
          การเก็บรักษาอาหารเป็นกระบวนการของการรักษาและการจัดการอาหารที่จะหยุดหรือชะลอ??การเน่าเสีย (การสูญเสียคุณภาพหรือคุณค่าทางโภชนาการ) การเก็บรักษามักจะเกี่ยวข้องกับการป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ยีสต์ เชื้อรา และจุลินทรีย์อื่น ๆ รวมทั้งชะลอ??การเกิดออกซิเดชันของไขมันที่ทำให้เกิดกลิ่นหืน การเก็บรักษาอาหารยังสามารถรวมกระบวนการที่ยับยั้งการเสื่อมสภาพที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการเตรียมอาหารเช่นเกิดสีน้ำตาลในแอปเปิ้ลหลังจากที่ปลอกเปลือกออกมา

          การถนอมอาหารมีหลายวิธี ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเก็บรักษาอาหาร เช่น การถนอมรักษาผลไม้โดยเปลี่ยนเป็นแยม การต้ม เพื่อลดปริมาณความชื้นของผลไม้และฆ่าเชื้อแบคทีเรีย, ยีสต์ และอื่น ๆ นอกจากนี้ยังรวมถึงการปิดผนึกอยู่ภายในขวดอัดลม การดูแลรักษาหรือการสร้างคุณค่าทางโภชนาการรวมถึงรสชาติ เป็นสิ่งสำคัญของการเก็บรักษาอาหาร

การถนอมอาหารมีประโยชน์ และมีความสำคัญหลายอย่าง เช่น 
1.     ช่วยบรรเทาความขาดแคลนอาหาร เช่นการเก็บรักษา และแปรรูปอาหารในยามสงคราม
เกิดภัยธรรมชาติ เกิดภาวะแห้งแล้งผิดปกติ
2.     ช่วยให้เกิดการกระจายอาหาร เพราะในบางประเทศไม่สามารถผลิตอาหารให้เพียงพอต่อ
ความต้องการของประชากรได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยอาหารจากแหล่งผลิตอื่น
3.     ช่วยให้มีอาหารบริโภคนอกฤดูกาล เช่นเมื่อพ้นฤดูการผลิตของผลิตผลเกษตรนั้นๆ ไป
แล้ว ก็ยังสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่เก็บไว้มาบริโภคได้
4.     ใช้อาหารเหลือให้เกิดประโยชน์ เช่น ในกระบวนการแปรรูปผลผลิตการเกษตรจะมี
วัตถุดิบเหลือทิ้ง ซึ่งเราสามารถนำส่วนที่เหลือนั้นมาแปรรูปเก็บไว้เป็นอาหารได้
5.    ช่วยให้เกิดความสะดวกในการขนส่ง โดยที่อาหารไม่เน่าเสีย สามารถพกพาไปที่ห่างไกล
ได้
6.    ช่วยยืดอายุการเก็บอาหารไว้ให้ได้นาน เพราะอาหารที่ผ่านการแปรรูปเพื่อการถนอม
อาหารไว้จะมีอายุการเก็บที่ยาวนานกว่าอาหารสด
7.    ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร และลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด

วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2557

รูปภาพพื้นที่ดีๆกับไม้ประดับสวยๆ

...

ดูแลต้นไม้ในกระถาง


ดูแลต้นไม้ในกระถางให้อยู่ได้นานๆ


บ้านไหนที่นิยมปลูกไม้กระถางไว้ประดับบ้าน และเครียดกับการหาวิธีดูแลให้ได้นานๆ วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีวิธีดูแลรักษามาบอก

1. ไม่ควรตั้งไม้กระถางในที่ที่มีลมแรงมาก หรือตั้งใกล้ที่มีไอร้อนมาก เพราะจะทำให้พืชมีการระเหยน้ำมากจนต้นไม้นั้นเหี่ยวเฉาตายได้

2. การนำไม้กระถางไปใช้งานหรือประดับในที่ต่างๆ ควรคำนึงถึงช่วงเวลาการใช้งานของไม้แต่ละกลุ่ม เช่น ไม้กลางแจ้งจำพวกหมากเหลือง ไทร ไผ่ วาสนา ฯลฯ หากนำไปใช้ประดับในร่ม ช่วงเวลาของการใช้งาน 6-8 สัปดาห์ ก็ควรสับเปลี่ยนไม้ชุดใหม่เข้าแทน เพื่อจะได้พักฟื้นไม้ประดับชุดเก่า

3. ไม้กระถางที่ใช้ประดับนอกอาคารนั้นสำคัญที่สุด คือ การให้น้ำสม่ำเสมอ ถ้าขาดน้ำแล้วจะเหี่ยวเฉา ถ้าใช้จานรองก้นกระถางหล่อน้ำเอาไว้ก็อาจจำช่วยได้บ้าง

4. การดูแลทำความสะอาดใบ ก็นับเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะทำให้ใบสะอาดสวยงามแล้ว ยังทำให้พืชสามารถปรุงอาหารได้ดีขึ้น โดยใช้วิธีล้างใบด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ จะไม่ทำให้เป็นอันตรายต่อใบ

5. ส่วนโรคที่พบอยู่เสมอได้แก่ โรคโคนเน่า ป้องกันได้โดยพยายามทำให้บริเวณโคนต้นโปร่ง มีการระบายอากาศดีมีแสงแดดส่องถึง และรักษาผิวหน้าดินปลูกอย่าให้ชื้นแฉะเกินไป

รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าใครอยากให้ไม้กระถางอยู่ได้นานๆ ลองนำวิธีเหล่านี้ไปปฏิบัติตามกันได้ไม่สงวนลิขสิทธิ์.


ที่มา เดลินิวส์

ตกแต่งห้องน้ำให้สดชื่นด้วยการปลูกต้นไม้ในห้องน้ำ


ต้นไม้ในห้องน้ำ
        สวัสดีครับวันนี้มาพบกับไอเดียการตกแต่งห้องน้ำอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมกันนั้นคือการปลูกต้นไม้ในห้องน้ำ หรือแม้กระทั้งห้องอื่นๆก็สามารถปลูกได้เช่นกัน ก่อนจะเข้าเรื่องของพูดถึงประโยชน์ของต้นที่นำมาปลูกไว้ในห้องน้ำกันดีกว่า ไม้ต้นจะค่อยช่วย ซึมซับสารพิษในอากาศได้ โดยมีการดูดซับก๊าสคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป และ ปล่อยก๊าสออกซิเจนออกมา และอีกทั้งยังช่วยให้ผู้ใช้งานรู้สึกสดชื่นรู้สึกใกล้ชิดความเป็นธรรมชาติกันมากขึ้น
      ก่อนที่เราจะเริ่มปลูกต้องมาดูห้องน้ำของเราก่อนว่ามีสภาพอย่างไหร่ มีแสงเข้าหรือปิดทึบก็แล้วแต่กรณีจากนั้นก็เลือกพันธุ์ไม้มาปลูกโดยเน้นต้นไม้ที่ไม่ใช้ดินจะเป็นการดีที่สุด อย่างเช่น - พลูด่าง  -เขียวหมื่นปี -เฟิร์นบอสตัน - เฟิร์นก้างปลา  -ออมเงิน ออมทอง -หนวดฤาษี
ลักษณะของต้นไม้ในห้องน้ำ
          - เป็นต้นไม้ที่สามารถอยู่อาศัยในที่ที่มีแสงน้อยได้
          - ทนความชื้นสูง
          - ดูแลรักษาง่าย
          - มีขนาดไม่ใหญ่มาก เพราะปลูกในพื้นที่แคบ
แบบห้องน้ำที่ตกแต่งด้วยต้นไม้สวยๆ














 รูปภาพ : apartmenttherapy.com