วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2557

การแปรรูปผลไม้ในรูปแบบต่างๆ

...

Gallery

...

การทําแยมสตอเบอรี่



แยมสตรอเบอรื่...สูตรไม่ใส่เพคติน (Strawberry Jam without Pectin)

ช่วงนี้เห็นสตรอเบอรี่ถูกๆขายบ่อย แค่พาวด์ละเหรียญเอง เลยคิดที่จะทำแยมเองมานานละแต่ติดที่ไม่แน่ใจว่าไม่ใช้เพคตินแล้วจะเวิร์คมั้ย จนในที่สุดก็ได้ลงมือทำซะทีเพราะซื้อสตรอเบอรี่มาแล้วทานยังไม่หมดเหลืออีกแพคในตู้เย็น แถมหน้าตามันเริ่มดูไม่ค่อยจะน่ากินแบบสดๆเท่าไหร่ละเพราะเก็บมาสี่ห้าวันละ จะเก็บแช่ช่องแข็งไว้ปั่นกินก็เบื่อละ อย่ากระนั้นเลยเอามาลองหัดทำแยมดีฝ่า

ทำเสร็จพอได้ชิม โอ้ว....อร่อยมาก ขนาดทำครั้งแรกนะเนี่ย แบบไม่เคยคิดเลยว่าจะทำแยมสตรอเบอรี่เองได้ ง่ายมากๆด้วย ทำจากส่วนผสมแค่ 3 อย่างเอง แถมไม่ต้องใส่สารเพคตินด้วย (อิอิ จริงๆคือแอบงกนิดหน่อย เพราะราคาเพคตินก็ไม่ได้ถูกมากและไม่รู้จะซื้อมาเก็บไว้ทำไมเพราะคิดว่าคงไม่ได้ใช้ทำอะไรนอกจากทำแยม และถ้าทำไม่สำเร็จอีกเนี่ย คงเสียของเพราะจะทำครั้งเดียวแล้วคงไม่ทำอีกเลย)  เนื่องจากทำแล้วถูกใจมาก เลยต้องเขียนสูตรเก็บไว้ซะหน่อย \^o^/

ส่วนรสชาติของแยมสตรอเบอรี่ที่ทำเองเนี่ย มันจะหวานและเปรี้ยวพอดีๆที่ตัวเองชอบค่ะ เพราะใส่น้ำตาลน้อยกว่าที่สูตรของฝรั่งที่หาได้จากกูเกิ้ลมากพอสมควร และเวลาทานจะรู้สึกได้ถึงความสดของแยม  แต่การใส่น้ำตาลน้อยเนี่ยจากที่อ่านๆมาอาจมีผลเสียคือ เก็บไม่ได้นานเท่าแบบใส่น้ำตาลมากค่ะ  ซึ่งตอนที่ทำเนี่ย ก็กังวลอยู่ว่าจะเก็บได้นานเท่าไรเพราะตอนบรรจุก็ไม่ได้ทำการพาสเจอร์ไรส์ขวดอะไรทั้งสิ้นเลยค่ะ  แต่เอาเข้าจริงสรุปกินหมดภายในสามวันกว่าๆ ช่วยกันสองคนหมดเกลี้ยงไม่เหลือซากเลย ฮาฮาฮ่า เลยไม่สามารถบอกได้ว่าเก็บไว้ได้นานเท่าไรก่อนจะเสีย เวลากินกันนี่ก็ปาดกันเต็มที่เพราะมันรสชาติไม่หวานม๊ากมากจนเลี่ยนเหมือนแยมขวดที่ซื้อมาค่ะ
อ้อ.....เข้าใจละสงสัยที่เค้าว่าเก็บได้ไม่นาน เพราะกินกันหมดก่อนนี่เองมั้ง :D

พล่ามมามากละ มาดูส่วนผสมและวิธีทำคร่าวๆกันเลยค่ะ ส่วนใครจะเพิ่มลดปริมาณความหวาน ความเปรี้ยวยังงัย ทำได้ตามความชอบเลยนะคะ สูตรไม่ตายตัวค่ะ

ส่วนผสม (Ingredients):
1.             สตรอเบอรี่ 1 package (1 ปอนด์/package)
2.             น้ำตาลทราย 1/2 - 3/4 ถ้วย (จากสูตรที่หาจากกูเกิ้ล เค้าจะใส่ประมาณ 2 ถ้วยค่ะ) -ที่ไม่ได้ใส่น้ำตาลน้อยกว่านี้เพราะว่า กลัวว่ามันจะออกมาเหลวไม่จับตัวเป็นเนื้อแบบแยมค่ะ และก็จะคล้ายทำสตรอเบอรี่ไซรัปที่ไว้ทานกับแพนเค้กแทน  แต่ถ้าใครจะลองใส่น้อยกว่านี้ก็ลองดูได้เลยค่ะ
3.             เลมอน 1 ลูก (ใครหาไม่ได้ก็ใช้มะนาว แทนได้ค่ะ)


วิธีทำ:
- บดสตรอเบอรี่ในเครื่องปั่น หรือ ถ้าต้องการให้มีเนื้อเป็นชิ้นๆอยู่ด้วย ก็ให้แบ่งส่วนหนึ่งมาปั่น อีกส่วนหั่นเป็นชิ้น
- ใส่ส่วนผสมทุกอย่างรวมกันในกระทะเทปลอนขึ้นตั้งไฟกลางค่อนข้างแรง คอยกวนอย่าให้ไหม้ค่ะ 
ที่สำคัญคืออย่าใช้ไฟอ่อนมากนะคะ เพราะอ่านเจอมาเพคตินในผลไม้ที่ทำให้ข้นเหนียวแบบแยมจะเกิดขึ้นเองต่อเมื่อใช้ไฟค่อนข้างแรงค่ะ

ตามสูตรที่ได้มาเค้าให้ปั่นเลยแต่แรก แต่ด้วยความขยันจัดไม่อยากใช้เครื่องปั่นเลยหั่นเป็นชิ้นเอา กะว่าจะบี้ในกระทะเอาทีหลัง ปรากฏเอาขึ้นเตาทำได้สักพัก ส่วนผสมยังเป็นน้ำยังไม่ยอมข้น เนื้อยังเป็นชิ้นๆ ณ จุดนั้น กลัวว่ามันจะไม่เป็นแยมเลยจัดการตักเนื้อบางส่วนเอาไปปั่น (ในที่สุดก็ต้องใช้เครื่องปั่น หุหุ) แล้วเทกลับลงในกระทะใหม่ก็ได้อย่างในภาพค่ะ เริ่มมีความหวังละ อิอิ



- คนส่วนผสมจนได้ความเข้มข้นที่ต้องการ น่าจะประมาณ 20-30 นาทีค่ะ เสร็จแล้วยกลงจากเตาเตรียมหม่ำได้เลย
ปล.: ตอนหลังๆถ้าเริ่มข้นมากหน่อยแล้ว แบบเนื้อดูว่าเพคตินธรรมชาติของสตรอเบอรี่ออกมาแล้ว จะลดความร้อนลงก็ได้นะคะ จะได้ไม่ไหม้ง่าย กวนจนได้ความหนืดแบบที่ต้องการก็เสร็จแล้วจ้า ที่ทำก็คนประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงค่ะ  เพราะทำครั้งแรกไม่กล้าเปิดไฟกลางแรงตั้งแต่แรก (ปล. ครั้งที่สองทำดูใหม่ ใช้เวลาแค่ 20 นาทีค่ะ) ทำง่ายแต่เสียเวลานิ้ดส์นึง แต่คุ้มกับความอร่อยและแน่ใจได้ว่าปลอดภัยเพราะไม่มีสารกันเสียหรือสารเคมีอื่นๆเจือปนเหมือนที่ซื้อเค้าทาน





 ตักขึ้นมาใส่ถ้วยแก้ว pyrex มีฝาปิดเตรียมเก็บ






ลองปาดแยมบนขนมปัง เห็นส่วนที่เป็นเนื้อสตรอเบอรี่เป็นชิ้นๆอยู่ด้วย ลองชิมดู ว้าว...ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทำแยมเองได้ ลองทำกันดูนะคะเพื่อนๆ 



การถนอมอาหาร








ความสำคัญของการถนอมอาหาร
          การเก็บรักษาอาหารเป็นกระบวนการของการรักษาและการจัดการอาหารที่จะหยุดหรือชะลอ??การเน่าเสีย (การสูญเสียคุณภาพหรือคุณค่าทางโภชนาการ) การเก็บรักษามักจะเกี่ยวข้องกับการป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ยีสต์ เชื้อรา และจุลินทรีย์อื่น ๆ รวมทั้งชะลอ??การเกิดออกซิเดชันของไขมันที่ทำให้เกิดกลิ่นหืน การเก็บรักษาอาหารยังสามารถรวมกระบวนการที่ยับยั้งการเสื่อมสภาพที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการเตรียมอาหารเช่นเกิดสีน้ำตาลในแอปเปิ้ลหลังจากที่ปลอกเปลือกออกมา

          การถนอมอาหารมีหลายวิธี ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเก็บรักษาอาหาร เช่น การถนอมรักษาผลไม้โดยเปลี่ยนเป็นแยม การต้ม เพื่อลดปริมาณความชื้นของผลไม้และฆ่าเชื้อแบคทีเรีย, ยีสต์ และอื่น ๆ นอกจากนี้ยังรวมถึงการปิดผนึกอยู่ภายในขวดอัดลม การดูแลรักษาหรือการสร้างคุณค่าทางโภชนาการรวมถึงรสชาติ เป็นสิ่งสำคัญของการเก็บรักษาอาหาร

การถนอมอาหารมีประโยชน์ และมีความสำคัญหลายอย่าง เช่น 
1.     ช่วยบรรเทาความขาดแคลนอาหาร เช่นการเก็บรักษา และแปรรูปอาหารในยามสงคราม
เกิดภัยธรรมชาติ เกิดภาวะแห้งแล้งผิดปกติ
2.     ช่วยให้เกิดการกระจายอาหาร เพราะในบางประเทศไม่สามารถผลิตอาหารให้เพียงพอต่อ
ความต้องการของประชากรได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยอาหารจากแหล่งผลิตอื่น
3.     ช่วยให้มีอาหารบริโภคนอกฤดูกาล เช่นเมื่อพ้นฤดูการผลิตของผลิตผลเกษตรนั้นๆ ไป
แล้ว ก็ยังสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่เก็บไว้มาบริโภคได้
4.     ใช้อาหารเหลือให้เกิดประโยชน์ เช่น ในกระบวนการแปรรูปผลผลิตการเกษตรจะมี
วัตถุดิบเหลือทิ้ง ซึ่งเราสามารถนำส่วนที่เหลือนั้นมาแปรรูปเก็บไว้เป็นอาหารได้
5.    ช่วยให้เกิดความสะดวกในการขนส่ง โดยที่อาหารไม่เน่าเสีย สามารถพกพาไปที่ห่างไกล
ได้
6.    ช่วยยืดอายุการเก็บอาหารไว้ให้ได้นาน เพราะอาหารที่ผ่านการแปรรูปเพื่อการถนอม
อาหารไว้จะมีอายุการเก็บที่ยาวนานกว่าอาหารสด
7.    ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร และลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด

วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2557

รูปภาพพื้นที่ดีๆกับไม้ประดับสวยๆ

...

ดูแลต้นไม้ในกระถาง


ดูแลต้นไม้ในกระถางให้อยู่ได้นานๆ


บ้านไหนที่นิยมปลูกไม้กระถางไว้ประดับบ้าน และเครียดกับการหาวิธีดูแลให้ได้นานๆ วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีวิธีดูแลรักษามาบอก

1. ไม่ควรตั้งไม้กระถางในที่ที่มีลมแรงมาก หรือตั้งใกล้ที่มีไอร้อนมาก เพราะจะทำให้พืชมีการระเหยน้ำมากจนต้นไม้นั้นเหี่ยวเฉาตายได้

2. การนำไม้กระถางไปใช้งานหรือประดับในที่ต่างๆ ควรคำนึงถึงช่วงเวลาการใช้งานของไม้แต่ละกลุ่ม เช่น ไม้กลางแจ้งจำพวกหมากเหลือง ไทร ไผ่ วาสนา ฯลฯ หากนำไปใช้ประดับในร่ม ช่วงเวลาของการใช้งาน 6-8 สัปดาห์ ก็ควรสับเปลี่ยนไม้ชุดใหม่เข้าแทน เพื่อจะได้พักฟื้นไม้ประดับชุดเก่า

3. ไม้กระถางที่ใช้ประดับนอกอาคารนั้นสำคัญที่สุด คือ การให้น้ำสม่ำเสมอ ถ้าขาดน้ำแล้วจะเหี่ยวเฉา ถ้าใช้จานรองก้นกระถางหล่อน้ำเอาไว้ก็อาจจำช่วยได้บ้าง

4. การดูแลทำความสะอาดใบ ก็นับเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะทำให้ใบสะอาดสวยงามแล้ว ยังทำให้พืชสามารถปรุงอาหารได้ดีขึ้น โดยใช้วิธีล้างใบด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ จะไม่ทำให้เป็นอันตรายต่อใบ

5. ส่วนโรคที่พบอยู่เสมอได้แก่ โรคโคนเน่า ป้องกันได้โดยพยายามทำให้บริเวณโคนต้นโปร่ง มีการระบายอากาศดีมีแสงแดดส่องถึง และรักษาผิวหน้าดินปลูกอย่าให้ชื้นแฉะเกินไป

รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าใครอยากให้ไม้กระถางอยู่ได้นานๆ ลองนำวิธีเหล่านี้ไปปฏิบัติตามกันได้ไม่สงวนลิขสิทธิ์.


ที่มา เดลินิวส์

ตกแต่งห้องน้ำให้สดชื่นด้วยการปลูกต้นไม้ในห้องน้ำ


ต้นไม้ในห้องน้ำ
        สวัสดีครับวันนี้มาพบกับไอเดียการตกแต่งห้องน้ำอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมกันนั้นคือการปลูกต้นไม้ในห้องน้ำ หรือแม้กระทั้งห้องอื่นๆก็สามารถปลูกได้เช่นกัน ก่อนจะเข้าเรื่องของพูดถึงประโยชน์ของต้นที่นำมาปลูกไว้ในห้องน้ำกันดีกว่า ไม้ต้นจะค่อยช่วย ซึมซับสารพิษในอากาศได้ โดยมีการดูดซับก๊าสคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป และ ปล่อยก๊าสออกซิเจนออกมา และอีกทั้งยังช่วยให้ผู้ใช้งานรู้สึกสดชื่นรู้สึกใกล้ชิดความเป็นธรรมชาติกันมากขึ้น
      ก่อนที่เราจะเริ่มปลูกต้องมาดูห้องน้ำของเราก่อนว่ามีสภาพอย่างไหร่ มีแสงเข้าหรือปิดทึบก็แล้วแต่กรณีจากนั้นก็เลือกพันธุ์ไม้มาปลูกโดยเน้นต้นไม้ที่ไม่ใช้ดินจะเป็นการดีที่สุด อย่างเช่น - พลูด่าง  -เขียวหมื่นปี -เฟิร์นบอสตัน - เฟิร์นก้างปลา  -ออมเงิน ออมทอง -หนวดฤาษี
ลักษณะของต้นไม้ในห้องน้ำ
          - เป็นต้นไม้ที่สามารถอยู่อาศัยในที่ที่มีแสงน้อยได้
          - ทนความชื้นสูง
          - ดูแลรักษาง่าย
          - มีขนาดไม่ใหญ่มาก เพราะปลูกในพื้นที่แคบ
แบบห้องน้ำที่ตกแต่งด้วยต้นไม้สวยๆ














 รูปภาพ : apartmenttherapy.com

ไม้ประดับ ที่นิยมแก่การจัดวางบนโต๊ะทำงาน



    ไม้ประดับที่นิยมแก่การจัดวางบนโต๊ะทำงานมี 7 ชนิด
1. กระบองเพชรจิ๋ว
กระบองเพชรจิ๋ว นอกจากจะดูน่ารัก น่ามอง แล้วยังมีประโยชน์ในการดูดคลื่นรังสีจากจอคอมพิวเตอร์ เป็นไม้ประดับที่คงทน ปลูกง่าย แต่มีความเชื่อว่าไม่เหมาะแก่คนโสด เพราะจะทำให้ผิดหวังในความรัก


❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤

2. แก้วกาญจนา
เป็นไม้ประดับที่มีความสวยงาม  ทนกับความชื้นต่ำได้ดี อยู่ได้เป็นเดือนโดยไม่ต้องรดน้ำหรือได้รับแสงแดด เป็นไม้ที่อยู่ในร่มได้นาน จึงเหมาะกับคนที่งานยุ่ง ไม่ค่อยมีเวลาดูแล


❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤

3. บอนสี
บอนสี เป็นไม้มงคล ช่วยคุ้มครองชีวิตจากภัยอันตรายต่างๆ ให้ชีวิตมีแต่ความสุข เป็นไม้ประดับที่แข็งแรง อยู่ในร่มได้ แต่ควรนำออกแดดบ้าง เวลารดน้ำควรรดให้อยู่ระกับโคนก็พอ ไม่งั้นใบไม้จะเน่าได้


❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤

4. พลูด่าง
พลูด่าง เป็นพันธุ์ไม้เลื้อยสวยงาม เหมาะแก่การประดับสำนักงาน เช่น ทำเป็นกระถางแขวน และควรปลูกพลูด่างไว้ในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง

❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤

5. เฟิร์นเงิน
เฟิร์นเงิน จะช่วยดูดความร้อน ลดอุณหภูมิจากภายนอก ช่วยให้บรรยากาศที่ทำงานดีขึ้น ปลูกง่าย โดยการเติมน้ำในระดับโคนต้น พรมน้ำเบาๆระหว่างวัน และน้ำออกแดดสามครั้งต่อสัปดาห์

❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤
 6. สัปปะรดสี
สัปปะรดสีเป็นไม้ตระกูลสัปปะรด มีสีสันสวยงาม ปลูกไว้ที่ทำงาน ช่วยให้ผ่อนคลาย สบายตา ควรวางในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงเพื่อให้ต้นได้โดนแสงในยามเช้า

❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤

7. หน้าวัว
หน้าวัว เป็นไม้ประดับที่มีรูปร่างเป็นเอกลักษณ์ มีสีสันสวยงาม เหมาะกับคนที่เครียดจากการทำงาน เมื่อได้มองแล้วจะสบายตา เหมาะกับปลูกในที่ที่มีอากาศเย็น ที่ร่ม และมีแสงรำไร

❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤





ไม้ประดับไม้มงคล


ไม้ประดับไม้มงคล


เชื่อหรือไม่ ! คนโบราณเคยกล่าวไว้ว่า " ไม่เชื่ออย่าหลบลู่ " 
ดังนั้น การปลูกต้นไม้เพื่อเสริมความเป็นมงคล แก่ผู้ปลูก 
ก็ยังเชื่อว่าเป็นสิ่งดี ใช่มั้ยค่ะ

สำหรับคนรักต้นไม้ แล้วละก็ ต้องชื่นชอบ ในการสรรหา
พรรณไม้สวยๆ ดีๆ ยิ่งชื่อเป็นมงคล อีกด้วย ก็ยิ่งเชื่อว่า 
ต้นไม้นี้ น่าจะนำไปปลูกประดับสวน หรือใส่กระถาง 
อวดเพื่อนๆ เสริมบารมี เขาว่ากันเช่นนั้น รึเปล่าเอ่ย....


การเลือกไม้มงคลมาปลูกไว้ที่บ้าน ความชอบของแต่ละคนก็คง
มีเหตุผล ในเลือกหา พรรณไม้มาปลูก ไม่เหมือนกันนะคะ

แต่ที่บ้านของเราเอง ก็หามาปลูกไว้ นอกจากชื่อจะเป็นมงคล
แล้ว ก็เพราะด้วยรูปทรงที่สวยงาม เอาใจใส่ ดูแลเลี้ยงแบบง่ายๆ 
โดยเฉพาะกับราคาที่เหมาะสมอีกด้วยค่ะ ขอแนะนำไม้มงคลของเรา 




 

 

 

ว่านเศรษฐีขอดทรัพย์



หรือ เศรษฐีกอบทรัพย์ 


 ลักษณะทั่วไป : 

ลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดิน คล้ายหอมหัวเล็ก 
เนื้อภายในหัวจะมีสีขาว ใบว่านเศรษฐีขอดทรัพย์ออกเป็น
กลุ่มใหญ่ ๆ เป็นกอ ลักษณะใบคล้ายใบกุยช่าย มีสีเขียวแก่
เป็นเงามัน ปลายใบจะงอม้วนเป็นวง ๆ


การปลูก 

ดินที่เหมาะแก่การปลูกคือดินร่วนผสมใบไม้ผุกับทราย ระบายน้ำได้ดี 
รดน้ำเช้า-เย็น ให้ต้นว่านถูกแดดบ้างเป็นบางเวลา และควรปลูกใน
กระถางแขวน หรือ กระถางทรงเตี้ยปากกว้าง เพื่อความสวยงามค่ะ

การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยการแยกกอ หรือ โดยการใช้หัว



ความเป็นมงคล 

ถือกันว่าเป็นว่านทางเมตตามหานิยม หากทำมาค้าขาย
ก็จะซื้อขายคล่อง และ ยังเป็นว่านเสี่ยงทาย คือหากปลายใบม้วนเป็น
วงหมดทุกใบ ธุรกิจการงาน จะประสบความสำเร็จดี ยิ่งถ้าว่านออกดอก
จะยิ่งมีโชคลาภยิ่งขึ้น แต่ถ้าใบตรงไม่ม้วนงอ ก็จะไม่มีโชคลาภ
ธุรกิจการงานไ ม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร 





ว่านรวยไม่เลิก






ว่านรวยไม่เลิก:

 เป็นไม้อวบน้ำ ประเภทเดียวกับแคตตัส ชอบดินร่วน
มีการระบายน้ำดี น้ำไม่ขังแฉะ ชอบแดดแต่ไม่จัด 

ลักษณะใบ 

นิ่มเหมือนยาง ใบด้านบนจะมีลายจุดๆ คล้ายกับใบช้ำ
จุดเป็นสีเขียวเข้ม บนพื้นใบเป็นสีเขียวอ่อน จับใบจะด้านๆ 
เป็นสายพันธุ์เดียว กับต้นลิ้นมังกร



ลักษณะดอก

ดอกสีขาว ก้านดอกยาว ชูช่อขึ้นเหนือต้น ประมาณ 1 คืบ - 1 ฟุต
บางครั้งดอกจะเอนเอียงตามน้ำหนักของช่อดอก มีดอกย่อย
ขนาดเล็กๆเป็นปุ่ม ๆ ติดที่ก้านดอก ไล่ไปถึงยอด 



การเลี้ยงและการดูแล 

ก็ง่ายๆ เพียงให้แสงรำไร และรดน้ำพอชุ่มเพียงวันละ 1 ครั้ง 
การให้ปุ๋ย ใช้ปุ๋ยชีวภาพ ที่บำรุงต้น และ ดอก เดือนละครั้ง

การขยายพันธ์ โดยการแตกหน่อปลูก 

ความเป็นมงคล 

บางครั้งชื่อของต้นไม้ ก็เป็นชื่อที่พ่อค้าต้นไม้ตั้ง เพื่อดูเป็นมงคลต่อผู้
ที่จะนำไปปลูกเลี้ยง เพื่อเสริมสิริมงคล กับเจ้าของบ้าน ต้นรวยไม่เลิก
นี้ ก็เป็นมงคลตามชื่อของต้นเขาเลยละค่ะ
สามารถปลูกเป็นไม้ประดับในร่ม ตกแต่งออฟฟิศ และบริเวณบ้านได้ 










ว่านเศรษฐีเรือนนอก






เป็นไม้กอขนาดเล็ก มีหัวอยู่ใต้ดิน ไม่มีลำต้น ใบแตกกระจายออกเป็นพุ่ม
อยู่เหนือดิน ใบเรียวยาวขนานคล้ายใบตะไคร้ แต่สั้นกว่ามาก มีใบด่าง
ขาว หรือขาวนวลที่ริมใบ เมื่อใบยาวเต็มที่ จะโค้งงอลงดิน เมื่อโต
เต็มที่จะมีไหลเหนือดิน แตกเป็นต้นใหม่ ตัดแยกไปปลูกได้อีกค่ะ 




 การปลูก 

ว่านเศรษฐีเรือนนอกชอบดินร่วนหรือดินปนทราย ซึ่งระบายน้ำได้ดี ให้แดด
รำไร หรือปลูกที่ร่ม ให้ถูกแสงแดดบ้างในบางเวลา รดน้ำปานกลาง 

การขยายพันธุ์

ขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ หรือใช้ตัดต้นอ่อน ที่เกิดจากไหลไปปลูกใหม่

ความเป็นมงคล

เชื่อกันว่าว่านเศรษฐีเรือนนอก นอกจากจะมีสรรพคุณในทางคุ้มครอง
ป้องกันภัยแล้ว ยังถือเป็น ว่านเสี่ยงทายฐานะ หากว่านเจริญ
งอกงามดี ออกดอกเยอะๆผู้เลี้ยงก็จะมีฐานะเจริญรุ่งเรืองด้วย 







ว่านนางคุ้ม




หรือ "ว่านผู้เฒ่าเฝ้าบ้าน" 




 ลักษณะทั่วไป

เป็นว่านที่มีหัวอยู่ใต้ดิน ลักษณะคล้ายหอมหัวใหญ่ ซึ่งหัวประกอบ
ไปด้วยกลีบของหัว ที่เรียงซ้อนกันอยู่จนเป็นหัวกลม ใบกลมสีเขียวใหญ่
หนา ก้านใบยาวสีเขียวแก่ จะออกดอกเป็นช่อ จากกลางกอ



ก้านดอกเป็นแท่งสูงตรง จะมีดอกตูมก่อนแล้วบานเป็นสีขาว 
แต่ละดอกประกอบด้วยกลีบ 6 กลีบ เกสรสีเหลือง มีกลิ่นหอม 
(ต้นที่บ้านเรานี้ ยังไม่มีดอกออก เลยค่ะ)


การปลูก

ดินที่จะนำมาปลูกว่านนางคุ้ม เขาว่าให้นำไปเผาไฟเสียก่อน
แล้วทุบดินให้แตกละเอียด ตากน้ำค้างทิ้งไว้ 1 คืน จึงนำดินใส่
กระถางสำหรับปลูก วางหัวว่านกลางกระถางแล้วกลบดิน ไม่ต้อง
ให้ดิน ปิดหัวว่านจนมิด ให้หัวว่านโผล่ขึ้นมาเล็กน้อย รดน้ำ
พอเปียกเท่านั้น อย่าให้น้ำมากไป เพราะจะทำให้หัวว่าน
เน่าได้ รดน้ำแค่ เช้า-เย็น อย่างสม่ำเสมอคะ


การขยายพันธุ์ โดยการแยกหัว 


ความเป็นมงคล

เชื่อกันว่า ว่านนางคุ้มเป็นว่าน ที่มีความมงคลทาง ด้านคุ้มครองป้องกัน
อันตรายต่างๆ ถ้าปลูกไว้ในบ้านจะมีคุณทางป้องกันไฟไหม้ได้ คือ 
จะคุ้มครองให้บ้าน และ ผู้เป็นเจ้าของ รอดพ้นจากการถูกไฟไหม้ 



                                                        
ที่มา